สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนำนม
posted on 10 May 2007 10:25 by nurng1 in dragonball| เรื่อง : | สัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนม |
| สาระ : | สิ่งมีชีวิตและกระบวนการดำรงชีวิต |
| กลุ่มสาระฯ : | วิทยาศาสตร์ |
| ข้อมูลระดับ : | ประถมศึกษา |
สัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนมที่อยู่ในน้ำ
- พวกมีกระเป๋าหน้าท้อง สัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนมบางชนิด ลูกที่คลอดออกมาจะเป็นตัว - พวกมีรก สัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนมส่วนใหญ่ ตัวอ่อนเจริญเติบโตอยู่ภายในท้องแม่นานจนกว่าจะคลอด เช่น หนู ลิง ช้าง และมนุษย์

- พวกวางไข่ สัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนมมีไม่กี่ชนิด ที่ออกไข่ได้แก่ ตุ่นปากเป็ด เมื่อตัวอ่อนฟักเป็นตัว จะดำรงชีวิตอยู่ได้ต้องอาศัยน้ำนมจากแม่
มีขนาดเล็กมาก จะต้องอาศัยอยู่ในถุงหน้าท้องของแม่จนกว่าจะโต และช่วยเหลือตัวเองได้ เช่น
หมีโคอาลา จิงโจ้
ประเภทของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนม

สัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนมที่อาศัยอยู่ในน้ำ
สัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนมมีทั้งที่อาศัยอยู่บนบก และอาศัยอยู่ในทะเล ซึ่งสัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนมที่อาศัยอยู่ในทะเลมีอยู่ 3 กลุ่ม ดังนี้
1.พวกกินเนื้อสัตว์ ได้แก่ สิงโตทะเล วอลรัส ช้างน้ำ แมวน้ำ พวกนี้ไม่ได้อยู่ในน้ำตลอดเวลา แต่มันอยู่บนบกด้วย สิงโตทะเล (Sea lion) เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนมที่อยู่ในตระกูลแมวน้ำมีหู (eared seals) เนื่องจากมันมีใบหูเล็กๆ ส่วนใหญ่ จะใช้ครีบหน้าทั้งสองว่ายน้ำ
ส่วนแมวน้ำ (Seal) เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนมในตระกูลแมวน้ำแท้ (true seals) มันจะไม่มีใบหูเหมือนสิงโตทะเล และพวกมันใช้ครีบหลังว่ายน้ำ
วอลรัส (Walrus) เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนมขนาดใหญ่ รูปร่างคล้ายแมวน้ำ มีเขี้ยวยาวงอกออกมาจากริมฝีปากบน
ช้างน้ำ (Water elephant) เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนมในตระกูลแมวน้ำที่มีขนาดใหญ่ที่สุด
2.พวกแมนนาตี ดูกอง หรือที่ไทยเรียกว่า พะยูน พวกนี้อาศัยอยู่ในน้ำตลอดเวลา และคนโบราณเห็นเป็นนางเงือก เพราะมันชอบอุ้มลูกกินนมในท่าคล้ายนั่ง
โลมา (Dolphin) และวาฬ (Whale)
พะยูน (Dugong) พะยูนเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนม อาศัยอยู่ตามชายฝั่งทะเล ลำตัว
อ้วนกลม มีเต้านม 2 ข้าง น้ำหนักประมาณ 300 กิโลกรัม มี รยางค์ ( ส่วนที่ยื่นออกจากส่วนหลักของอวัยวะของสิ่งมีชีวิต เช่น แขน ขา ) 1 คู่อยู่ที่ส่วนอก เป็นแผ่นแบนๆ คล้ายใบพาย ไม่มีนิ้ว
หางแผ่ออกเป็น 2 แฉก ชอบอยู่รวมกันเป็นฝูงใหญ่ กินหญ้าทะเลเป็นอาหาร เมื่ออายุประมาณ 9 ปี จะผสมพันธุ์และตั้งท้องนาน 12-14 เดือน มีลูกคราวละ 1 ตัว พะยูนมีชื่อเรียกต่างๆกันคือ เงือก วัวทะเล หมูน้ำ ในประเทศไทยพบได้ที่อุทยานแห่งชาติ หาดเจัาไหม หรือที่ เกาะลิบง จังหวัดตรัง
3. พวกวาฬและโลมา พวกนี้อาศัยอยู่ในน้ำตลอดเวลาเช่นเดียวกับพวกที่สอง วาฬเป็นสัตว์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก วาฬที่มีขนาดใหญ่ที่สุด คือ วาฬสีน้ำเงิน อาหารของมัน คือ แพลงตอนที่มีอยู่ทั่วไปในทะเล ส่วนโลมาได้ชื่อว่าเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนมที่ฉลาดที่สุดรองจากมนุษย์

โลมา (Dolphin) และวาฬ (Whale) ที่เราเรียกกันอย่างติดปากว่าปลาโลมาและปลาวาฬนั่นเอง เพราะรูปร่างหน้าตานั้นทั้งโลมาและวาฬแต่ละชนิดก็ได้พัฒนารูปร่างหน้าตาจากบรรพบุรุษของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนมโบราณเมื่อประมาณ 45 ล้านปีก่อน จำพวก Mesonyx ซึ่งนักวิชาการบอกว่ามีรูปร่างคล้ายกับหมาผสมหนู เมื่อผ่านกาลเวลาเนิ่นนาน ทั้งโลมาและวาฬก็ผ่านการปรับตัวจนมีวิวัฒนาการให้เข้ากับสภาพแวดล้อมใต้ท้องทะเลจนมีรูปร่างที่เพรียวน้ำ สามารถเคลื่อนไหวในน้ำได้อย่างคล่องแคล่ว และมีรูปร่างหน้าตาเหมือนปลาดี ๆ นี่เอง แต่สำหรับนักชีววิทยาทางทะเลนั้นเขาจำแนกทั้งโลมาและวาฬอยู่ในกลุ่มสัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนมเช่นเดียวกับมนุษย์
นอกจากจะมีพัฒนาการด้านรูปร่างหน้าตาให้สามารถดำรงชีวิตอยู่ในท้องทะเลได้แล้ว สัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนมยังคงหายใจด้วยการใช้ปอดฟอกโลหิต จึงยังต้องมีช่องจมูกที่ใช้หายใจซึ่งเลื่อนตำแหน่งขึ้นมาอยู่บนหัว ตรงช่องที่ใช้พ่นน้ำออกแล้วหายใจเอาอากาศเข้าไป ซึ่งวาฬและโลมารวมทั้งสัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนมอื่นๆ อย่างเช่นพะยูน จึงจำเป็นต้องว่ายขึ้นมาหายใจบริเวณผิวน้ำเป็นระยะๆ นอกจากนี้มันยังได้พัฒนาด้วยการเพิ่มชั้นไขมันใต้ผิวหนังเพื่อป้องกันการสูญเสียอุณหภูมิความร้อนในร่างกาย และปรับให้กลไกของร่างกายมีการเผาผลาญต่ำ จึงทำให้สามารถอยู่ใต้น้ำได้เป็นเวลายาวนาน เช่น วาฬหัวทุย ( Physeter macrocephalus ) สามารถดำน้ำได้ลึกถึงราว 3,000 เมตรเลยทีเดียว
|
|
|
สัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนม เป็นสัตว์ประเภทมีกระดูกสันหลัง ลักษณะภายนอกคือ ผิวหนังเรียบ มีขนเป็นเส้นแบบเส้นผมปกคลุมทั้งลำตัว มีแขนและขาไม่เกิน 2 คู่ สัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนมส่วนใหญ่สืบพันธุ์แบบอาศัยเพศ มีการปฏิสนธิภายใน ออกลูกเป็นตัว ตัวเมียมีต่อมสร้างน้ำนมสำหรับเลี้ยงลูกอ่อน จึงเรียกว่า สัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนม สัตว์ประเภทนี้พบได้ทั่วไป ได้แก่ คน วัว ควาย ลิง ม้า แมว สุนัข วาฬ โลมา เป็นต้น สัตว์บางชนิดขาหน้าเปลี่ยนเป็นปีกได้ เช่น ค้างคาว




#1 By (203.113.81.170) on 2007-07-08 17:03